2007/Jun/12

Chapter 1 คำสั่ง

"คนที่ให้ความกล้าในการเดินทาง ถึงแม้จะเอื้อมไม่ถึง ก็จะไม่รู้สึกเสียใจภายหลังแน่นอน แม้จะเจ็บปวด แม้จะลังเล แต่ก็รู้วิธีที่จะมีชีวิตตามคำสั่งของหัวใจ ดวงจันทร์สวย...เหมือนกับอยู่ในความฝัน ฉันรู้สึกเหมือนว่า พรุ่งนี้...ต้องไปถึงดวงจันทร์ได้แน่"

ซินเทียบันทึกข้อความเหล่านี้ ลงไปในเศษกระดาษบนโต๊ะทำงานของเธอ หนังสือหลายเล่มถูกวางกองไว้ เธอไม่ค่อยจะใส่ใจหยิบมันขึ้นมาดูซักเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่คิดจะเคลื่อนย้ายหนังสือเหล่านั้นไปไหน เพราะโต๊ะทำงานที่ไม่มีหนังสือ มันช่างไม่เหมือนโต๊ะทำงานเอาซะเลย

เธอลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปที่ระเบียง - - คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง จึงไม่แปลกเลยที่ท้องฟ้าในคืนนี้จะสว่างกว่าปกติ - - หญิงสาวออกมายืนที่ระเบียง คล้ายจะรู้ว่า ในอีกไม่ช้าจะมีแขกมาหา - -

ก่อนที่ซินเทียจะเดินกลับเข้าไปในห้องเพราะอากาศที่หนาวเหน็บ เกินกว่าเนื้อผ้าบางๆจะต้านทานไว้ได้ นกตัวหนึ่งก็บินเข้ามาเกาะไหล่ของเธอ - - ซินเทียยิ้ม...แล้วยื่นมือไปรองรับลูกแก้วสีเขียวใส ที่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆกำลังคายออกจากปาก

"ขอบคุณนะ หมดธุระของเจ้าแล้วล่ะ" ซินเทียกระซิบบอกนกสีน้ำตาลตัวเล็กที่กำลังงับหูเธอเล่นอย่างสนุกสนาน - - หญิงสาวหงายมือขึ้น แล้วเมล็ดข้าวก็ปรากฎขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะร่วงลงมาบนฝ่ามือของเธอ - - ซินเทียยื่นเมล็ดข้าวให้วิหคน้อยที่อยู่บนไหล่ แล้วลูบหัวมันเบาๆ - - เมื่อได้ของตอบแทน มันก็บินจากไป

ซินเทียหันมามองลูกแก้วที่อยู่ในมืออีกข้าง เธอเอียงข้อมือลง ให้ลูกแก้วไหลตามแรงดึงดูดของโลกร่วงลงสู่พื้น - - เสี้ยววินาทีที่ลูกแก้วพ้นจากมือ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ปรากฎกายขึ้นต่อหน้าเธอ

"แม้ว่ายามนี้ จันทร์จะเต็มดวง - - แต่เจ้าก็ไม่ควรเสี่ยงใช้ลูกแก้วในการเดินทางมาหาพี่ หากแม้นแสงจันทร์ส่องไม่ถึง เจ้าจะไม่สามารถปรากฎกายออกมาได้" ซินเทียเอ็ด ซึ่งเด็กสาวก็รู้ตัวดี

ผู้มาเยือนขยี้ตาอย่างงัวเงีย แล้วตอบพี่สาวไปว่า "ข้ารู้...แต่ข้าง่วงนอนนี่นา"

"ไม่คิดบ้างหรือว่า ถ้าวิหคตัวนั้นกลืนเจ้าลงไป อะไรจะเกิดขึ้น"

"นกตัวนั้นเป็นเพื่อนของข้า ไม่มีทางกลืนข้าลงไปหรอก" เด็กสาวเถียง

ซินเทียมองน้องสาวผู้ซึ่งกำลังลุกขึ้นยืนอย่างเอือมระอา

ลูน่า - - เป็นเด็กผู้หญิงที่ดูจากภายนอกแล้วน่าจะอายุไม่เกิน 12-13 มีเส้นผมและสีตาเป็นสีเขียวสดใส ซึ่งพอมองดูแล้ว มันก็คือสีเดียวกับลูกแก้วนั่นเอง

"โธ่ พี่คะ ข้ารู้แล้วล่ะน่า อย่าเทศนาข้าทุกครั้งที่พบหน้าได้ไหม - - ข้ารู้นะ ว่าท่านน่ะแอบดีใจ ที่เห็นข้า" เด็กสาวยิ้มอย่างรู้ทัน

ซินเทียปรายตามองน้องสาว แล้วถอนหายใจ

"ว่าแต่มาหาข้าถึงที่นี่มีเรื่องอะไรหรือเปล่า"

"เซเรเน่ให้ข้ามาบอกท่านว่า พบผลึกแห่งจันทราแล้วล่ะ"

ซินเทียแสดงท่าทีสนใจขึ้นมาทันที เธอเปิดประตูระเบียงแล้วเดินเข้าไปในห้อง

"แต่ว่ามันตกไปอยู่ในมือของกษัตริย์เออร์ซัสน่ะ" ลูน่าพูดพลางเดินตามเธอเข้าไป

"กษัตริย์เมืองนี้น่ะเหรอ - - แล้วเซเรเน่ว่าอย่างไรบ้างล่ะ" หญิงสาวถามขึ้นพลางนั่งลงบนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ บ่งบอกถึงฐานะที่ร่ำรวยอย่างมากของครอบครัวนี้

"ข้าไม่รู้" ลูน่ากล่าวอย่างเสียใจ "เซเรเน่แค่ฝากข้ามาบอกท่านว่า ให้รีบออกจากที่นี่ซะ แล้วเตรียมตัวเข้าวัง"

"ทำไมต้องเร่งด่วนถึงเพียงนั้น จะไม่ให้ข้าเตรียมตัวเลยรึ" ซินเทียพูดพลางลุกขึ้นยืน - - เธอหันหลังให้น้องสาว แววตาฉายแววกังวล

"อันนี้เซเรเน่ไม่ได้บอกมาหรอกนะ แต่ข้าได้ยินพวกชาวบ้านพูดกันว่า องค์หญิงซิลเวีย พระธิดาพระองค์เดียวของกษัตริย์เออร์ซัส ทรงประชวรเป็นโรคที่รักษาไม่หาย - - ซึ่งคนบนโลกก็รู้ดีอยู่แล้วว่า ผลึกแห่งจันทราน่ะ เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถชุบชีวิตคน และรักษาโรคได้ทุกชนิด"

"ช่างเถอะๆ" ซินเทียถอนหายใจดังๆ เธอไม่เคยกระวนกระวายขนาดนี้มาก่อน เพราะอะไรกันนะที่ทำให้เธอกังวลได้ขนาดนี้

"พี่คะ - - ข้ารู้...ว่าท่านผูกพันกับบ้านหลังนี้ และครอบครัวนี้มาก แต่ท่านควรจะทำใจตั้งแต่แรกแล้วนี่ ว่าซักวันท่านจะต้องจากไป" ลูน่าสบตาพี่สาวอย่างเห็นใจ เธอได้แต่วิงวอนให้พี่ของเธอตัดใจ แล้วทำตามคำสั่งของเซเรเน่ซะ

"เจ้ากลับไปก่อนไป เดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง" ซินเทียบอก - - เธอเดินไปที่ริมระเบียงอีกครั้ง มองดูดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบดบัง จนไม่เห็นแม้แต่แสงที่ลอดออกมา

"ค่ะ" ลูน่าน้อมรับคำสั่งแต่โดยดี แล้วกระโดดลงหน้าต่างไป ชั่วพริบตาเดียวที่ซินเทียได้เห็นปีกสีขาวงอกออกมาจากด้านหลังของน้องสาว

"นั่นน้องสาวท่านเหรอ" เสียงยั่วโทสะดังขึ้นด้านหลังของเธอ แต่เมื่อซินเทียหันไป กลับไม่ปรากฎร่างใด แต่หญิงสาวก็รู้ทัน เธอหันหน้ากลับมา แล้วพบเจ้าของเสียงนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้นวมที่เธอนั่งอยู่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

"โลเวล!!!"

เจ้าของนามนั้น ยิ้มให้ - - ใบหน้างดงามเฉกเช่นผู้หญิง แต่หน้าอกที่แบนราบบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของนาม 'โลเวล' เป็นชาย - - สิ่งที่ทำให้รู้ว่าเขาคนนี้ 'ไม่ใช่มนุษย์' ก็คือหูสีน้ำตาลและหางยาวที่เขากำลังเล่นมันอยู่

"มีอะไร" ซินเทียถามอย่างไร้เยื่อใย ราวกับอยากจะไล่เขาไปให้พ้นๆ

"โธ่ ทำไมท่านพูดกับข้าแบบนี้ล่ะ" โลเวลทำเสียงอ่อน สบตาผู้ถูกถามพลางส่งสายตาเศร้าใจอย่างเสแสร้ง "ข้าแค่คิดถึงท่านเท่านั้นเอง - - ข้าก็บอกท่านแล้วไงว่าข้าจะอยู่รับใช้ท่านตลอดไป"

"รับใช้" ซินเทียทวนคำเสียงสูง "ข้าบอกเจ้ากี่ร้อยรอบแล้ว ว่าที่ข้าช่วยเจ้าครานั้น ข้าไม่ได้หวังอะไรตอบแทน"

"บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ - - ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่าน ข้าก็สมควรทดแทน"

"ถ้าข้ารู้ว่า การที่ข้าช่วยจิ้งจอกจรจัดตัวหนึ่ง ทำให้ข้าต้องรำคาญใจถึงเพียงนี้ล่ะก็ วันนั้นข้าจะไม่แลเจ้าเลยด้วยซ้ำ"

โลเวลหลบตาลง ไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงหญิงสาวอีก

"นอกจากมากวนประสาทข้าแล้ว เจ้ายังมีเรื่องอื่นอีกมั้ย" ซินเทียถาม ไม่สนแม้แต่จะมองหน้าผู้ฟัง

โลเวลส่ายหน้าพลางจับหางขึ้นมาแนบแก้ม

"ถ้างั้นก็กลับไปซะสิ" หญิงสาวออกปากไล่อย่างไม่เกรงใจ

"ท่านไม่มีอะไรให้ข้าช่วยเลยเหรอ"

"มี"

คำตอบของเธอทำให้จิ้งจอกหนุ่มยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็หายลับไปในพริบตาเมื่อซินเทียพูดต่อว่า

"ช่วยไปให้ไกลๆ แล้วไม่ต้องมาหาข้าอีก - - ส่วนเรื่องตอบแทนบุญคุณ ไว้มีเรื่องข้าจะเรียกเอง"

โลเวลอ้าปากจะพูด แต่แล้วก็เก็บคำพูดเหล่านั้นไว้ซะ แล้วนิ่งฟังสิ่งที่เธอกำลังพูดต่อ

"ข้าไม่อยากให้เจ้ามาโฉบไปโฉบมาแถวบ้านข้า ถ้าใครเห็นเข้ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งถ้ามีคนเห็นว่าเจ้าเข้ามาในห้องข้าด้วยแล้ว จากที่จะตอบแทนบุญคุณ อาจจะกลายเป็นทำให้ข้าเดือดร้อน" ซินเทียกล่าวเสียงซีเรียส

"ทีข้าเห็นท่านบินไปบินกลางดึกกลางดื่น ไม่เห็นจะกลัวอะไรเลย" โลเวลย้อน

"ข้าทำตัวเองเดือนร้อนแล้วมันผิดตรงไหน" ซินเทียจ้องโลเวลตาเขียว แหวใส่อย่างไม่ไว้หน้า "การที่เจ้ามาหาข้า แล้วไม่ได้ทำประโยชน์อะไรเลย ซ้ำยังทำให้ข้าเดือดร้อน เจ้าคิดว่าเจ้าทำถูกแล้วหรือไง"

"ข้ายังไม่ได้ทำซะหน่อย" เขาเถียง

"พอที เจ้าจะกลับไปได้หรือยัง ข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกหลายอย่าง ถ้าคิดว่าอยู่แล้วไม่มีประโยชน์ ก็กลับไปเสียเถอะ" ซินเทียกล่าวอย่างเหลืออด หวังให้จิ้งจอกหน้าทนตนนี้ ออกไปจากบ้านของเธอเสียที

"ก็ได้" โลเวลยอมในที่สุด เขาโดดลงจากเก้าอี้แล้วก้มหัวเล็กน้อยเพื่อร่ำลา

"เดี๋ยว..." หญิงสาวเรียก เมื่อโลเวลกำลังจะโดดลงหน้าต่างไป "ข้าจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว เอาไว้ข้าหาที่อยู่ใหม่ได้ ข้าจะส่งข่าวไปบอก" ซินเทียพูดเมื่อเธอนึกถึงเรื่องที่ต้องทำขึ้นมา

"ทำไมล่ะ...ที่นี่ออกจะสุขสบาย"

"มันเป็นคำสั่ง" ซินเทียตอบโดยไม่รู้ตัวว่าสายตาเธอดูหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

"แล้วจะไปเมื่อไหร่"

"คืนนี้!!!"

2007/Apr/09

แฮร์รี่ตกลงมาจากชั้นสองดัง พลั่ก! แต่เขากลับไม่รู้สึกอะไรเลย และทันใดนั้นนิฮิลก็โดดตามลงมา เขาลงมาทับแฮร์รี่พอดิบพอดี แฮร์รี่ที่ถูกจับโยนลงมาในสภาพนอนหงายกับนิฮิลที่โดดลงมาในสภาพนอนคว่ำ เมื่อมาทับตัวแฮร์รี่ ริมฝีปากของทั้งสองจึงประกบกันอีกครั้ง แต่แทนที่นิฮิลจะรีบลุกขึ้น กลับจูบซ้ำเข้าที่เก่า เขาใช้มือทั้งสองข้างกดแขนแฮร์รี่ไว้ ทำให้เด็กน้อยตัวเล็กๆไม่สามารถขัดขืนได้

"อือ" แฮร์รี่ร้องโดยที่ไม่รู้สึกตัว

นิฮิลคลายริมฝีปากของตนเองออกจากริมฝีปากของเด็กชายก่อนจะพูดว่า

"รู้สึกดีล่ะสิ"

แฮร์รี่ไม่มีแรงแม้แต่จะตอบ เขารู้สึกเหมือนร่างกายถูกสะกด

นิฮิลยิ้มแล้วใช้มือดันกับพื้นเพื่อลุกขึ้น

"เสียดายที่ไม่ค่อยมีเวลา ไม่งั้นจะพาไปต่อที่ห้อง" นิฮิลพูดพลางปัดเศษหญ้าที่ติดตามเสื้อคลุม

แฮร์รี่ค่อยๆพยุงตัวให้ลุกขึ้น แต่ก็ยังเซนิดๆ จนนิฮิลต้องประคอง

"ไม่เป็นไรฮะ ผมเดินเองได้" เสียงแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของแฮร์รี่

แทนที่เขาจะปล่อยกับกอดร่างนั้นแน่นขึ้นอีก และเมื่อเสียงดีดนิ้วของนิฮิลดังขึ้น เขาก็หายไปจากสนามหญ้าของบ้านเดอร์สลีย์

แฮร์รี่รู้สึกตัวอีกทีเมื่อเขากับนิฮิลมาปรากฎตัวอยู่ที่สนามหญ้าเด็กเล่นแห่งหนึ่ง ซึ่งแฮร์รี่จำได้ว่ามันเป็นสนามเด็กเล่นแถวบ้านของเขานั่นเอง

ในความเงียบสงัดและวังเวงนั้น มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดอยู่ที่ไหนสักแห่งในความมืด และแฮร์รี่ก็รู้ที่มา เมื่อนิฮิลพาเขาเดินไปจนถึงชิงช้าที่ตั้งอยู่ริมสุดของสนาม เด็กผู้ชายอายุประมาณ 6-7 ขวบ นั่งอยู่บนชิงช้าที่แกว่งไปมาเป็นจังหวะ แฮร์รี่รู้สึกว่าชิงช้าแกว่งแรงเท่ากันอย่างสม่ำเสมอและเท้าของเด็กคนนั้นก็ไม่ได้แตะพื้นเลยซักนิดเดียว

ดูเหมือนเขาจะยังไม่รู้ว่าพวกแฮร์รี่มายืนอยู่ใกล้ๆเพราะเมื่อนิฮิลเอ่ยคำว่า 'เอ็นโด้' เขาก็กระโดดลงจากชิงช้าตรงมาหาเจ้าของเสียงทันที

"ไง มานานหรือยัง" นิฮิลพูดพลางขยี้หัวเด็กคนนั้นอย่างเอ็นดู

"ซักพักแล้วฮะ" เด็กผู้ชายคนนั้นตอบด้วยเสียงที่แฮร์รี่คิดว่าถ้าปิดตาคงแยกไม่ออกแน่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

นิฮิลหันมาทางแฮร์รี่แล้วบอกว่า

"แฮร์รี่นี่ไงเอ็นโด้ คู่วายที่น่ารักที่สุดของฉัน เป็นผู้รักษากุณแจและแผ่นดินของฮอกวอตส์"

"ครับ" แฮร์รี่ตอบงงๆ เขาไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะเป็นถึงผู้รักษากุญแจและแผ่นดินของโรงเรียน

"งงล่ะสิ" นิฮิลพูดอย่างรู้ทัน "เห็นตัวแค่นี้ แต่แก่กว่าเธอตั้งสองรอบนะ อย่าตัดสินคนแต่ภายนอกสิ"

"ใช่ๆ เสียมารยาทมากนะ ที่คิดว่าฉันเด็ก แค่หยุดเจริญเติบโตเท่านั้นเอง" เขาพูดอย่างหัวเสีย

"ขอโทษฮะ" แฮร์รี่พูดด้วยความรู้สึกผิดอย่างรุนแรง

"ไม่เป็นไร - - แต่ขอจูบทีสิ ฉันอยากจะรู้ เธอโตมาแล้วรสจูบจะหวานกว่าเมื่อตอนเด็กซักแค่ไหน" เอ็นโด้พูดหน้าตาเฉย

นิฮิลที่ยืนอยู่ใกล้ๆสะดุ้งโหยง แล้วกระซิบบอกเอ็นโด้ด้วยเสียงแผ่วเบา แต่เพราะความเงียบ ทำให้แฮร์รี่ได้ยินถนัดและชัดเจนที่สุด

"พอเถอะ ไปจูบมันมากๆเดี๋ยวก็หนีเปิดเปิงกลับบ้านกันพอดี ถึงแม้บ้านนั้นจะดูโหดร้ายทารุณแค่ไหน แต่ก็คงดีกว่าถูกผู้ชายจูบบ่อยๆแหละนะ"

"นิฮิลจูบเขาไปแล้วเหรอ" เอ็นโด้ถามด้วยเสียงแผ่วเบาเช่นกัน แต่แฮร์รี่ก็ยังได้ยินอยู่ดีนั่นแหละ

"อืม สองรอบ - - ทนไปก่อนเถอะ รอให้หันหลังกลับไม่ได้แล้ว ค่อยจัดการ"

คนที่ยืนฟังอยู่ขนลุกอย่างหวาดกลัว เขาไม่รู้ว่าควรจะเปลี่ยนใจดีไหม แต่อย่างน้อยถูกจูบก็ยังดีกว่าถูกข่มเหงรังแกละกัน แฮร์รี่คิดเงียบๆ

นิฮิลกับเอ็นโด้หันมายิ้มแฉ่งให้แฮร์รี่อย่างเป็นมิตร แต่แฮร์รี่คิดว่าเหมือนหมาป่ากำลังหลอกล่อเหยื่อไปติดกับเสียมากกว่า

"แฮร์รี่ตั้งแต่นี่เอ็นโด้คือผู้ดูแลของเธอ เขาจะพาเธอไปซื้อของทั้งหมดที่เธอจำเป็นต้องใช้" นิฮิลบอกกับแฮร์รี่

"ครับ" แฮร์รี่พยักหน้า

"งั้นฝากแฮร์รี่ด้วยนะ เออ อย่าลืมของที่ให้ไปเอาล่ะ" นิฮิลหันมาพูดกับเอ็นโด้ที่ยืนอยู่ข้างๆ

"ครับ"

นิฮิลหันหลังเดินออกจากสนามเด็กเล่น แฮร์รี่เห็นเขาสะบัดเสื้อคลุมก่อนที่จะหายตัวไปอย่างลึกลับ

เอ็นโด้มองตามจนนิฮิลหายไป ก็หันมาพูดกับแฮร์รี่ว่า

"ไปกันเถอะ"

"ไปไหนฮะ"

"ลอนดอน"

"ไปยังไงฮะ"

เอ็นโด้ชี้นิ้วไปที่จักรยานสีแดงคันเล็กสี่ล้อที่จอดอยู่ข้างๆชิงช้า ซึ่งแฮร์รี่ไม่ได้สังเกตเห็น

"ใช้นั่นเนี่ยนะ" แฮร์รี่ร้องขึ้นอย่างตกใจ "แต่ลอนดอนมันไกลนะฮะ"

"ไกลแล้วไง ปั่นไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึงเองแหละน่า"

"แล้วใครจะปั่นล่ะฮะ"

"นายไง ฉันเป็นเด็กบอบบางนะ จะมีแรงอะไรไปปั่นไหวตั้งลอนดอน"

แฮร์รี่จนปัญญาที่จะบอกเขาว่าลอนดอนมันไกลเกินไปที่จะปั่นจักรยานเพื่อไปให้ถึง เขาพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แล้วเดินไปเข็นจักรยานออกมา

"ไปกันได้ยังละฮะ" แฮร์รี่พูดยานคางเป็นเชิงประชด

"อืม"

แฮร์รี่ขึ้นขี่จักรยาน เขาคิดว่าโชคดีมากที่ตอนนี้เป็นตอนกลางคืน เพราะเด็กอายุสิบเอ็ดจะมาขี่จักรยานสี่ล้อ มันคงจะดูแปลกพิกล

พอเอ็นโด้ขึ้นซ้อนท้ายแฮร์รี่ก็ออกแรงปั่น เขาปั่นไปเรื่อยๆตามคำบอกของเอ็นโด้ แฮร์รี่คิดว่าเขาปั่นมาไกลมาแล้ว ขาทั้งสองข้างก็เริ่มจะล้าขึ้นเรื่อยๆจนแฮร์รี่คิดว่าตัวเอ็นโด้นี่ช่างหนักแสนหนักซะเหลือเกิน

แฮร์รี่มาหมดแรงเอาดื้อๆบนถนนที่มีป้ายติดไว้ว่า 'โค้กเวิร์ธ' แฮร์รี่ไม่เคยได้ยินชื่อถนนนี้มาก่อน เขาไม่รู้ว่ามันห่างจากซอยพรี-เว็ตมากแค่ไหน

"อ้าว! หยุดทำไมล่ะ"

"ผมปั่นไม่ไหวแล้วละฮะ" แฮร์รี่พูดพลางหอบเป็นระยะๆหัวใจเต้นแรงและถี่เร็ว

"พอๆเลิกทำท่าเซ็กซี่อย่างนั้นสักที อยากโดนจับกินหรือไง" เสียงเอ็นโด้ที่ดังมาจากข้างหลังทำเอาแฮร์รี่สะดุ้ง เขาเลิ่กลักหันซ้ายหันขวา รอบด้านเป็นป่ามีต้นไม้ทึบแถมแถวนี้ก็ไม่มีรถผ่านซักคัน แฮร์รี่ขนลุกซู่ เขากระโดดลงจากรถทันที หวังจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งหนี แต่ก็ไปไหนไม่ได้เพราะมือของเอ็นโด้คว้าคอเขาไว้

"จะหนีไปหนาย" เอ็นโด้ถาม "อย่าทำให้ฉันอารมณ์เสียนะ"

"ปล่อยผมนะ" แฮร์รี่ร้องลั่น

"นี่กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ นายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าเนี่ย"

"พวกคุณไม่ใช่พ่อมดแน่ๆ พวกคุณต้องเป็นปิศาจร้าย ที่มาหลอกเอาวิญญาณเด็กแน่ๆเลย - - ผมไม่น่ามากับคุณเลย"

เอ็นโด้ใช้มืออีกข้างทุบหัวแฮร์รี่โทษฐานมาว่าเขาเสียๆหาย

"นี่เจ้าแว่น ฉันจะบอกให้เอาบุญนะ กินที่ว่าน่ะหมายถึงเซ็กส์โว้ย" เอ็นโด้ตะโกนใส่หูแฮร์รี่จนเขาสะดุ้ง

แฮร์รี่ถึงกับหน้าแดงแป๊ด เขารู้สึกอยากกลับไปอยู่บ้านเดอร์สลีย์ซะเหลือเกิน ป้าเพ็ตทูเนีย ลุงเวอร์นอนและดัดลีย์คงน่ารักมากถ้าเทียบกับคนพวกนี้

"ถึงฉันจะเป็นยักษ์แต่ก็ไม่ได้ชอบกินคนซะหน่อย"

แฮร์รี่สะดุ้งอีกครั้ง เมื่อได้ยินเอ็นโด้พูด

"คุณ...คุณเป็นยักษ์หรือฮะ"

"อ้าว! นิฮิลยังไม่บอกอีกเหรอ มา มา ขึ้นมา เดี๋ยวเล่าให้ฟังทุกอย่างเลย" เอ็นโด้บอกแฮร์รี่พลางเขยิบไปนั่งเบาะหน้า

แฮร์รี่ขึ้นนั่งรถอย่างหวาดๆ

"ฉันชื่อเอ็นโด้ แฮกริด เป็นผู้รักษากุญแจและแผ่นดินของโรงเรียนฮอกวอตส์" เอ็นโด้พูดขึ้นเมื่อเขาเริ่มปั่น "ฉันเป็นลูกครึ่งยักษ์กับมนุษย์พ่อของฉันเป็นมนุษย์ส่วนแม่ของฉันเป็นยักษ์ อันที่จริงฉันควรจะโตกว่านี่สักห้าเท่าของคนธรรมดา แต่ว่าร่างกายของฉันมันผิดปกติ ตอนฉันอายุได้สามขวบฉันก็ไม่สูงขึ้นอีกเลย แต่เพราะรูปร่างที่ใหญ่โตทำให้ฉันเหมือนเด็กอายุ 6-7 ขวบ"

เอ็นโด้ปั่นไปเรื่อยๆ แฮร์รี่รู้สึกว่าเขาไม่เหนื่อยเลย เขาคุยกับเอ็นโด้มาตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากถนนโค้กเวิร์ธ แฮร์รี่ได้รู้อะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวเขาและโลกเวทมนตร์ รู้ว่าที่โลกเวทมนตร์มีธนาคารด้วยชื่อว่ากริงกอตส์ เป็นธนาคารของพวก*ก๊อบลิน รู้จักคำว่าโลกมักเกิ้ลที่ใช้เรียกพวกไม่มีเวทมนตร์และโลกเวทมนตร์ก็มีการใช้เงินเหมือนกับโลกมักเกิ้ล เอ็นโด้อธิบายว่า

"พวกเหรียญทองเรียกว่าเกลเลียน เหรียญเงินสิบเจ็ดซิกเกิ้ลเท่ากับหนึ่งเกลเลียนและยี่สิบเก้าคนุตส์เป็นหนึ่งซิกเกิ้ล"

แฮร์รี่ได้รู้อีกว่าเขาซ่อนไม้กายสิทธิ์ไว้ในร่มสีม่วงที่เขาถืออยู่เป็นประจำ นอกจากนั้นเอ็นโด้ยังบอกอีกว่าที่โลกเวทมนตร์มีกีฬาที่ชื่อว่าควิชดิชเขาบอกว่ามันเหมือนฟุตบอลในโลกของมักเกิ้ล เล่นกันกลางอากาศ ขี่ไม้กวาดมีลูกบอลสี่ลูก มีผู้เล่นเจ็ดคน

แฮร์รี่คุยกับเอ็นโด้จนเผลอหลับไป เขาตื่นขึ้นมาอีกทีพบว่าตัวเองกอดเอวเอ็นโด้แน่น และหัวก็พิงหลังของเขาอยู่ เอ็นโด้ยังคงปั่นไปเรื่อยๆ แฮร์รี่รู้สึกว่าเขาคงมาถึงลอนดอนแล้ว เพราะอะไรต่างๆเยอะแยะมันบอกเขาว่าอย่างนั้น ทั้งผู้คนที่เดินผ่านไปมาและโรงภาพยนตร์ ร้านหนังสือ ร้านเครื่องดนตรี ร้านแฮมเบอร์เกอร์ ตอนนี้เป็นเวลากี่โมงแล้วแฮร์รี่ก็ไม่รู้ เพราะตัวเขาไม่มีนาฬิกา

"ขอโทษฮะ ผมเผลอหลับไป"

"อ้าว! ตื่นแล้วเหรอ ว่าจะพาเข้าโรงแรมอยู่พอดี ล้อเล่นน่ะ" เอ็นโด้หัวเราะอย่างร่าเริง

"เอ้า ถึงแล้ว" เอ็นโด้เอ่ยขึ้นแล้วหยุดกึก "ร้านหม้อใหญ่รั่ว มีชื่อเสียงมากนะเนี่ยร้านนี้"

เป็นร้านขายเหล้าขายอาหารที่เล็กและดูสกปรก ถ้าเอ็นโด้ไม่ชี้ให้ดู แฮร์รี่คงไม่สังเกตเห็นว่ามันอยู่ตรงนั้น ผู้คนที่เร่งรีบผ่านไปไม่ได้ชำเลืองดูร้านนี้เลย สายตาของพวกเขาเลื่อนจากร้านหนังสือใหญ่ข้างหนึ่งไปยังร้านขายแผ่นเสียงที่อยู่อีกข้างหนึ่ง ไม่มีใครทันเห็นร้านหม้อใหญ่รั่วนี้ แฮร์รี่มีความรู้สึกแปลกประหลาด เหมือนว่ามีแต่เพียงเขากับเอ็นโด้เท่านั้นที่มองเห็นร้านนี้ ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไรออกมา เอ็นโด้ก็ดันเขาเข้าไปข้างในแล้ว สำหรับร้านที่มีชื่อเสียงแล้ว ร้านนี้ค่อนข้างมืดและซอมซ่อเอามากๆ ผู้หญิงแก่ๆสองสามคนนั่งดื่มเหล้าเชอรี่แก้วเล็กอยู่ที่มุมหนึ่ง คนหนึ่งสูบหล้องยาวชายร่างเล็กคนหนึ่งสวมหมวกทรงสูงกำลังคุยกับคนคุมบาร์แก่ๆหัวล้านที่มองดูเหมือนลูกตาลแห้งๆ เสียงพูดคุยหึ่งๆนั้นหยุดลงเมื่อทั้งสองเดินเข้ามา ทุกคนดูเหมือนจะรู้จักเอ็นโด้ ต่างโบกมือและส่งยิ้มให้และคนคุมบาร์ก็หยิบแก้วใบหนึ่งมาวาง พลางบอกว่า
"เอ้า น้ำส้มของโปรดของนาย"

"ขอบคุณ อ่ะ! ไม่ได้สิฉันมาทำธุระให้ฮอกวอตส์นี่" เอ็นโด้พูดอย่างนั้นแต่มือเขาก็หยิบน้ำส้มมากระดกกินอย่างรวดเร็ว

"พระเจ้า" คนคุมบาร์ร้อง สายตาจ้องดูแฮร์รี่ "นี่เขา -- ใช่เขาใช่ไหม"

ทุกคนในร้านหม้อใหญ่รั่วนั่งนิ่งเงียบกริบ

"โชคดีอะไรอย่างนี้" คนคุมบาร์ชรากระซิบ "แฮร์รี่ พอตเตอร์...เป็นเกียรติมากเหลือเกิน"

เขารีบออกมาจากข้างหลังบาร์ ตรงรี่เข้ามาหาแฮร์รี่ และจับมือเขาเขย่าน้ำตาคลอหน่วย

"ขอต้อนรับการกลับมาครับ คุณแฮร์รี่ พอตเตอร์ ยินดีต้อนรับครับ"

แฮร์รี่ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ทุกคนต่างมองดูเขา ผู้หญิงแก่ที่สูบกล้องอัดควันเข้าไปเฮือกใหญ่โดยไม่รู้ตัวว่ากล้องดับแล้ว

แล้วก็มีเสียงเก้าอี้เลื่อนครูดกับพื้น และนาทีต่อมา แฮร์รี่ก็ต้องจับมือกับทุกคนในร้าน

"ดอริส ครอกฟอร์ดค่ะ คุณพอตเตอร์ นึกไม่ถึงเลยว่าฉันจะมีโอกาสพบคุณในที่สุด"

"ดีใจมากครับ คุณพอตเตอร์ ผมรู้สึกปลื้มใจจริงๆ"

"อยากจับมือกับคุณมานานแล้ว -- โอย ตื่นเต้นจริงๆค่ะ"

"ดีใจครับ คุณพอตเตอร์ ผมบอกไม่ถูกเลย ผมชื่อดิกเกิ้ล -- ดีดาลัส ดิกเกิ้ล"

"ผมเคยเห็นคุณมาก่อนฮะ" แฮร์รี่บอก หมวกทรงสูงของดีดาลัส ดิกเกิ้ลพลัดหล่นเพราะเจ้าตัวกำลังตื่นเต้น "คุณเคยโค้งให้ผมหนหนึ่งในร้านขายของ"

"เขาจำได้!" ดีดาลัส ดิกเกิ้ลร้องแล้วเหลียวมองดูทุกๆคนรอบห้อง "ได้ยินไหม เขาจำผมได้"

แฮร์รี่จับมือกับคนนั้นแล้วก็คนนี้ ดอริส ครอกฟอร์ดกลับมาจับมือของเขาอีกหน

ชายหนุ่มดูซีดเซียวคนหนึ่งเดินเข้ามาหา ท่าทางกระวนกระวาย ตาข้างหนึ่งของเขาเต้นกระตุก

"ศาสตราจารย์ฮานามิ" เอ็นโด้บอก "นี่ ตาแว่น คนๆนี้จะเป็นอาจารย์ของนายคนหนึ่งในฮอกวอตส์ด้วย"

"พะ - พอ - พอตเตอร์" ศาสตราจารย์ฮานามิพูดตะกุกตะกักพลางคว้ามือแฮร์รี่มาจับ "บะ - บอกไม่ถูกว่าดีใจแค่ไหนที่ได้พบเธอ"

"คุณสอนเวทมนตร์อะไรครับ"

"ปะ - ป้องกันตัวจากศาสตร์มืด" ศาสตราจารย์ตอบเสียงแผ่วต่ำ ราวกับว่าเขาไม่อยากคิดถึง "มะ - ไม่ได้หมายความว่าเธอจำเป็นต้องใช้หรอกนะ พะ - พอตเตอร์" เขาหัวเราะแบบคนประสาทอ่อน "เทอต้องหะ - หาซื้อเครื่องมือใช่ไหม ฉันอะ - เอง มะ - มา ซะ - ซื้อ นะ - หนังสือ เล่มใหม่เกี่ยวกับผีดิบดูดเลือด" เขาดูท่าทางหวาดกลัวเมื่อนึกถึงเรื่องนี้

แต่คนอื่นๆไม่ยอมให้ศาสตราจารย์พูดกับแฮร์รี่อยู่คนเดียว นานเกือบสิบนาทีทีเดียวจึงจะจากลาพวกเขาทั้งหมดออกมาได้ ในที่สุดเอ็นโด้ก็พูดว่า

"พอได้แล้ว จับกันอยู่นั่นน่ะ ไม่เคยเห็นคนหรือไง ไปได้แล้วเจ้าแว่นเราต้องซื้อของอีกเยอะแยะบานตะไท"

ดอริส ครอกฟอร์ดจับมือแฮร์รี่เป็นหนสุดท้าย และเอ็นโด้ก็พาเขาเดินทะลุผ่านบาร์เข้าไปในลานเล็กๆที่มีกำแพงล้อมรอบ ในนั้นไม่มีอะไรนอกจากถังขยะใบใหญ่และวัชพืชสองสามต้น

เอ็นโด้มองหน้าแฮร์รี่อย่างไม่สบอารมณ์

"ว่าแล้วว่านายต้องดัง" เอ็นโด้บ่นพลางนับอิฐที่กำแพงหนือถังขยะ "แนวตั้งสาม...แนวนอนสอง" เขาพึมพำ แล้วใช้ปลายร่มเคาะตรงนั้นสามครั้ง

อิฐก้อนที่เขาแตะสั่นไหว - - มันหดยู่ - - แล้วรูเล็กๆก็ปรากฎขึ้นตรงกลาง - - ก่อนจะขยายใหญ่ขึ้นๆ - - อีกวินาทีต่อมา เขาก็ยืนอยู่ตรงหน้าซุ้มประตูทางเข้าที่มีขนาดใหญ่ เป็นซุ้มโค้งที่นำเข้าไปสู่ถนนปูด้วยหินก้อนใหญ่ๆทอดยาวคดเคี้ยวจนสุดสายตา

"นายจะหาซื้อของทุกอย่างได้ที่นี่แหละ" เอ็นโด้บอก "ในตรอกไดแอกอน"

2007/Apr/07

เกือบสิบปีผ่านไปนับตั้งแต่วันที่พวกเดอร์สลีย์ตื่นขึ้นมาพบหลานชายที่บันไดหน้าบ้าน ซอยพรีเว็ตแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย ดวงอาทิตย์ยังคงขึ้นทางสวนดอกไม้หน้าบ้านที่เป็นระเบียบเหมือนเดิม และทอแสงต้องเลขสี่ที่เป็นตัวทองเหลืองบนประตูหน้าบ้านของครอบครัวเดอร์สลีย์ และไล่ผ่านเข้าไปในห้องนั่งเล่น มีเพียงรูปถ่ายบนหิ้งเหนือเตาผิงเท่านั้นที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากาลเวลาได้ผ่านไป เมื่อสิบปีก่อนมีรูปถ่ายมากมายของอะไรอย่างหนึ่งที่ดูเหมือนลูกบอลชายหาดลูกโตสีชมพูใส่หมวกไหมพรมติดลูกตุ้มหลากสี แต่ดัดลีย์ เดอร์สลีย์ไม่ได้เป็นทารกอีกแล้ว และตอนนี้รูปถ่ายก็เป็นภาพเด็กผู้ชายผมบลอนด์ตัวโตบนรถจักรยานคันแรก รูปถ่ายบนม้าหมุนในงานออกร้านขายของ รูปขณะกำลังเล่นเกมคอมพิวเตอร์กับพ่อ และรูปที่แม่กำลังกอดจูบ ในห้องไม่มีร่องรอยเลยว่ามีเด็กผู้ชายอีกคนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย

แต่แฮร์รี่ พอตเตอร์ยังคงอยู่ที่นี่ และกำลังนอนหลับอยู่ แต่ก็จะนอนได้อีกไม่นานหรอกเพราะป้าเพ็ตทูเนียของเขาตื่นแล้ว และเสียงแหลมเสียดหูของป้าก็เป็นเสียงแรกของเช้าวันนี้

"ลุกขึ้น! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!"

แฮร์รี่สะดุ้งตื่น ป้าเพ็ตทูเนียรัวมือตบประตูอีก

"ลุก" ป้าบอกเสียงแหลม แฮร์รี่ได้ยินเสียงป้าเดินไปทางห้องครัว และมีเสียงกระทะตั้งบนเตา เขาพลิกตัวนอนหงาย

ป้ากลับมายืนหน้าประตูอีกแล้ว

"แกลุกหรือยัง" ป้าถาม

"จวนแล้วฮะ" แฮร์รี่ตอบ

"งั้นก็ขยับเขยื้อนซะทีสิยะ ฉันให้อยากให้แกมาคอยดูเบคอนด้วย แล้วอย่าปล่อยให้ไหม้ล่ะ ไม่งั้นน่าดู"

แฮร์รี่ลุกขึ้นจากเตียงช้าๆ แล้วมองหาถุงเท้า เขาเจอคู่หนึ่งอยู่ใต้เตียง เขาหยิบแมงมุมในถุงเท้าข้างหนึ่งออกไปก่อนแล้วค่อยใส่ แฮร์รี่คุ้นกับแมงมุมดี เพราะว่าห้องใต้บันไดเต็มไปด้วยแมงมุม และนี่ก็คือที่ที่เขานอน

บางทีการอาศัยอยู่ในห้องใต้บันไดมืดๆทำให้แฮร์รี่เป็นเด็กตัวเล็กและจัดว่าผอมทีเดียวสำหรับเด็กอายุขนาดนี้ เขายิ่งดูตัวเล็กและผอมกว่าที่เป็นจริงมากขึ้นเพราะเสื้อผ้าที่ใส่ทั้งหมดล้วนเป็นเสื้อผ้าเก่าๆของดัดลีย์ และดัดลีย์ก็ตัวใหญ่กว่าเขาเกือบสี่เท่า แฮร์รี่มีใบหน้าผอม หัวเข่าโปน ผมดำ และตาสีเขียวสดใส เขาสวมแว่นตากลมที่มีเทปใสปะเต็มไปหมด เพราะว่าดัดลีย์มักจะต่อยเขาที่จมูกเสียทุกทีไป สิ่งเดียวบนร่างกายที่เขาชอบคือรอยแผลเป็นจางๆที่หน้าผาก เป็นรูปเหมือนตัวอักษร y เขามีแผลเป็นนี้มานานแล้วตั้งแต่เขาจำความได้ และคำถามแรกที่เขาจำได้ว่าเคยถามป้าเพ็ตทูเนียก็คือเขามีแผลเป็นนี้ได้อย่างไร

"ตอนรถชน ที่พ่อแม่แกตายน่ะ" ป้าตอบ "แล้วอย่ามาถามอะไรอีกนะ"

อย่าถามอะไรอีกนะ - - เป็นกฎข้อแรกในการมีชีวิตอยู่อย่างเงียบๆกับครอบครัวเดอร์สลีย์

ลุงเวอร์นอนเข้ามาในครัวเมื่อแฮร์รี่กำลังกลับเบคอน

"หวีผมซะ" ลุงตะคอก นี่ถือเป็นการกล่าวสวัสดีตอนเช้า

อาทิตย์ละหนที่ลุงเวอร์นอนจะมองลอดหนังสือพิมพ์และตะโกนบอกแฮร์รี่ว่าเขาต้องไปตัดผม แฮร์รี่ต้องตัดผมบ่อยครั้งกว่าเด็กทุกคนในชั้นของเขารวมกันเสียอีก แต่ก็ไม่ได้ผลอะไรขึ้นมาหรอก ผมของเขายาวเร็วมาก ทั่วทั้งหัวเลย

ปัญหาก็คือ เรื่องแปลกๆมักเกิดขึ้นกับแฮร์รี่เสมอและไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะบอกพวกเดอร์สลีย์ว่าเขาไม่ได้เป็นคนทำ

แฮร์รี่กำลังทอดไข่ดาวเมื่อดัดลีย์เข้ามาในครัวพร้อมกับแม่ของเขา ดัดลีย์คล้ายลุงเวอร์นอนมาก เขามีใบหน้าสีชมพูใหญ่ คอสั้น ตาเล็กสีฟ้าที่ดูแฉะๆ และผมบลอนด์ที่เรียบแปล้อยู่บนหัวใหญ่เบ้อเริ่ม ป้าเพ็ตทูเนียพูดอยู่บ่อยๆว่าดัดลีย์ดูราวกับเทวดาน้อยๆ ส่วนแฮร์รี่ก็มักจะพูดว่าดัดลีย์เหมือนหมูใส่วิกผมปลอมเสียมากกว่า
ที่โรงเรียน แฮร์รี่ไม่มีใครเลย ทุกคนรู้ว่าพรรคพวกของดัดลีย์เกลียดแฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายพิลึกพิลั่นที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆหลวมโพรก และใส่แว่นตาแตกๆหักๆ และไม่มีใครอยากเป็นศัตรูกับพรรคพวกของดัดลีย์

ดังนั้นแฮร์รี่จึงดีใจที่โรงเรียนปิด แต่ก็ไม่มีทางหลบหนีพรรคพวกของดัดลีย์ที่มาเยี่ยมบ้านทุกๆวันได้ ทั้งเพียร์ส เดนนิส มัลคัม และกอร์ดอนล้วนแต่ตัวใหญ่และงี่เง่า แต่ความที่ดัดลีย์ตัวใหญ่ที่สุดและโง่ที่สุดในกลุ่ม เขาจึงเป็นหัวโจก พวกคนอื่นๆในกลุ่มก็พอที่จะร่วมเล่นเกมโปรดของดัดลีย์ นั่นคือตามล่าแฮร์รี่

เมื่อถึงเดือนกันยายน เขาจะไปเข้าโรงเรียนมัธยมต้น และจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ไม่ต้องไปเรียนที่เดียวกับดัดลีย์ ดัดลีย์จะไปเข้าโรงเรียนเก่าของลุงเวอร์นอนชื่อโรงเรียนสเมลติ้งส์ เพียร์สก็จะไปเรียนนั่นเหมือนกัน แฮร์รี่จะไปเข้าโรงเรียนสโตนวอลล์ไฮซึ่งใกล้บ้าน

เช้าวันรุ่งขึ้นมีกลิ่นเหม็นร้ายกาจในครัวเมื่อแฮร์รี่เข้าไปกินข้าวเช้า ดูเหมือนจะมาจากกะละมังโลหะในอ่างล้างชาม แฮร์รี่เดินไปดู กะละมังมีของที่ดูเหมือนผ้าขี้ริ้วสกปรกๆลอยอยู่ในน้ำสีเทาเต็มอ่าง

"นี่อะไรฮะ" เขาถามป้าเพ็ตทูเนีย ปากป้าเม้มสนิทเหมือนทุกคราวที่เขากล้าตั้งคำถาม

"ชุดนักเรียนใหม่ของแก" ป้าตอบ

แฮร์รี่ก้มลงดูในกะละมังอีกที

"โอ้" เขาร้อง "ผมไม่ยักกะรู้ว่าต้องให้เปียกขนาดนี้ด้วย"

"อย่าโง่ไปหน่อยเลย" ป้าเพ็ตทูเนียตวามแว้ด "ฉันกำลังย้อมเสื้อผ้าเก่าๆของดัดลีย์ให้เป็นสีเทาให้แกน่ะสิ พอฉันทำเสร็จมันก็จะเหมือนกับชุดนักเรียนของคนอื่นๆนั่นแหละ"

แฮร์รี่สงสัยยิ่งนัก แต่คิดว่าไม่เถียงเป็นดีที่สุด เขานั่งลงที่โต๊ะอาหารและพยายามไม่คิดว่าเขาจะมองดูเป็นอย่างไรในวันแรกที่โรงเรียนสโตนวอลล์ไฮ - - คงเหมือนเขาสวมชุดนักเรียนทำจากหนังช้างแก่ล่ะมั้ง

ทุกคนได้ยินเสียงช่องจดหมายดังแกร็ก และเสียงจดหมายเลื่อนผ่านช่องตกลงบนพรมหน้าประตูในบ้าน

"ไปเอาจดหมายมาสิ แฮร์รี่" ลุงเวอร์นอนสั่งมาจากหลังหนังสือพิมพ์

แฮร์รี่ลุกไปหยิบจดหมาย มีจดหมายสามฉบับบนพรมหน้าประตู เป็นโปสการ์ดจากป้ามาร์จพี่สาวของลุงเวอร์นอนที่ไปพักร้อนที่เกาะไวท์ ซองสีน้ำตาลที่ดูเหมือนเป็นบิลเรียกเก็บเงิน และ -- จดหมายถึงแฮร์รี่

แฮร์รี่หยิบจดหมายขึ้นมาจ้องดู หัวใจเขาเต้นดึ๋งๆราวกับเป็นยางยืดเส้นใหญ่ ไม่เคยมีใครเขียนจดหมายถึงเขามาก่อนในชีวิต ใครกันละนี่ เขาไม่มีเพื่อนซักคน ไม่มีญาติที่ไหน - - เขาไม่ได้เป็นสมาชิกห้องสมุด ดังนั้นจึงไม่เคยได้รับจดหมายทวงที่ไม่ค่อยสุภาพ แต่นี่ไง นี่จดหมายจ่าหน้าซองชัดเจนไม่มีทางผิดพลาด

คุณ ฮ. พอตเตอร์
ห้องใต้บันได
4 ซอยพรีเว็ต
ลิตเติล วิงจิง
เซอร์รีย์

ซองจดหมายหนาและหนักเพราะตัวซองทำจากกระดาษแข็งสีออกเหลือง จ่าหน้าซองด้วยหมึกสีม่วงไวโอเล็ต ไม่ได้ติดแสตมป์

แฮร์รี่พลิกซองดูอีกด้านด้วยมือสั่นเทา เขาเห็นตราประทับขี้ผึ้งสีม่วงเป็นตราอาร์มปรากฏรูปสิงโต นกอินทรี ตัวแบดเจอร์ และงู เรียงกันอยู่รอบตัวอักษร ฮ ขนาดใหญ่

"เร็วๆหน่อยแก" ลุงเวอร์นอนตะโกนมาจากห้องครัว "มัวทำอะไรอยู่ ตรวจหาระเบิดจากจดหมายหรือยังไงกัน "เขาหัวเราะลงลูกคอกับมุขตลกของตัวเอง

แฮร์รี่เดินกลับเข้าไปในห้องครัว ตายังคงมองดูจดหมายของเขา เขาส่งบิลเรียกเก็บเงินและโปสการ์ดให้ลุงเวอร์นอน แล้วจึงนั่งลงและเปิดซองจดหมายสีเหลืองช้าๆ

ลุงเวอร์นอนฉีกซองบิลเรียกเก็บเงิน พ่นลมออกทางจมูกอย่างไม่ชอบใจ และพลิกโปสการ์ดอ่าน

"มาร์จไม่สบาย" เขารายงานป้าเพ็ตทูเนีย "ดันไปกินหอยโข่งพิศดารเข้า..."

"พ่อ" ดัดลีย์ร้องขึ้นทันทีทันใด "แฮร์รี่ได้จดหมายด้วย"

แฮร์รี่กำลังจะเปิดซองจดหมายออก แต่ลุงเวอร์นอนก็กระชากจดหมายไปจากมือเขา

"ของผมนะ" แฮร์รี่ร้องพลางพยายามดึงกลับมา

"ใครจะเขียนจดหมายถึงแก" ลุงเวอร์นอนทำเสียงเยาะพลางใช้มือข้างหนึ่งสะบัดคลี่จดหมายออกอ่านอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากสีแดงกลายเป็นสีเขียวคล้ำอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสัญญาณไฟจราจร แล้วไม่หยุดอยู่แค่นั้น อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ก็เปลี่ยนเป็นสีขาวอมเทาเหมือนข้าวต้มค้างคืน

"พะ-พะ-เพ็ตทูเนีย" เขาหายใจหอบ

ดัดลีย์พยายามดึงจดหมายมาอ่าน แต่ลุงเวอร์นอนชูขึ้นสูงให้พ้นมือเขา ป้าเพ็ตทูเนียคว้ามาอ่านด้วยความอยากรู้และพอเริ่มอ่านบรรทัดแรกก็ดูเหมือนว่าป้าจะเป็นลม เธอยกมือกุมคอ แล้วทำเสียงเหมือนอะไรติดอยู่ในคอ

"เวอร์นอน โอ๊ย! ตายแล้ว! เวอร์นอน"

สามีภรรยามองสบตากัน ดูเหมือนจะลืมไปเลยว่าดัดลีย์และแฮร์รี่ยังอยู่ในห้องด้วย ดัดลีย์ไม่เคยชินกับการถูกละเลยแบบนี้

"ผมอยากอ่านจดหมายนั่นบ้าง" เขาบอกเสียงดัง

"ผมก็อยากอ่าน" แฮร์รี่พูดอย่างโกรธจัด "มันเป็นจดหมายของผมนะ"

"ออกไปทั้งสองคน" ลุงเวอร์นอนสั่งด้วยเสียงแหบห้าวพลางยัดจดหมายกลับใส่ซอง

แฮร์รี่ไม่ขยับ

"ผมจะเอาจดหมายของผม!" เขาตะโกน

"ให้ผมดูด้วยซิ" ดัดลีย์เรียกร้อง

"ออกไป!" ลุงเวอร์นอนคำราม แล้วลากคอทั้งดัดลีย์และแฮร์รี่โยนออกไปนอกห้อง กระแทกประตูครัวปิดไล่หลังพวกเขา แฮร์รี่และดัดลีย์ต่อสู้กันทันทีอย่างดุเดือดในความเงียบ เพื่อแข่งกันว่าใครจะมีสิทธิ์แอบฟังที่รูกุญแจ ดัดลีย์ชนะ ดังนั้นแฮร์รี่ซึ่งบัดนี้แว่นตาหักห้อยอยู่ที่หูข้างหนึ่ง ต้องนอนคว่ำราบกับพื้น เงี่ยหูฟังจากรอยแยกระหว่างประตูกับพื้นห้องแทน

"เวอร์นอน" ป้าเพ็ตทูเนียพูดเสียงสั่นรัว "ดูที่อยู่นี่สิ - - พวกนั้นรู้ได้ไงว่าเขานอนที่ไหน คุณคิดว่าพวกมันเฝ้าจับตาดูบ้านเราอยู่หรือเปล่า"

"เฝ้าดู - - คอยสอดแนม - - หรืออาจคอยตามเราอยู่ก็ได้" ลุงเวอร์นอนพึมพำด้วยน้ำเสียงดุเดือด

"แต่เราจะทำยังไงดีล่ะเวอร์นอน เราควรเขียนตอบไปไหม บอกพวกมันว่าเราไม่ต้องการ..."

แฮร์รี่มองเห็นรองเท้าดำมันวับของลุงเวอร์นอนเดินกลับไปกลับมาในครัว

"ไม่" เขาตอบในที่สุด "ไม่ เราจะไม่สนใจจดหมายนั่น ถ้าพวกมันไม่ได้คำตอบ... ใช่ นั่นแหละดีที่สุด... เราจะไม่ทำอะไรเลย"
"แต่..."

"ฉันไม่ยอมให้มีอยู่ในบ้านแม้แต่คนเดียว เพ็ตทูเนียก็เราสาบานแล้วไม่ใช่หรือ เมื่อตอนเรารับเขามาเลี้ยง ว่าเราจะรีดเอาเรื่องบ้าๆบอๆเป็นอันตรายนั่นทิ้งไป"

ค่ำวันนั้น หลังจากที่ลุงเวอร์นอนกลับจากทำงาน เขาทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย คือเข้าไปหาแฮร์รี่ในห้องใต้บันได

"จดหมายของผมอยู่ไหนฮะ" แฮร์รี่ถามทันทีที่ลุงเวอร์นอนเบียดตัวผ่านเข้าประตูห้องมาจนสำเร็จ "ใครเขียนจดหมายถึงผมฮะ"

"ไม่มีใคร จดหมายจ่าหน้าซองถึงแกผิดไปน่ะ" ลุงเวอร์นอนตอบห้วนๆ "ฉันเผามันไปแล้ว"

"ไม่ผิดแน่ฮะ" แฮร์รี่ตอบอย่างฉุนเฉียว "ก็มันจ่าถึงห้องใต้บันไดของผม"

"เงียบนะ!" ลุงเวอร์นอนตะโกนเสียงลั่นทำเอาแมงมุมสองตัวถึงกับหล่นลงมาจากเพดาน ลุงสูดหายใจเข้าลึกๆสองสามที แล้วปั้นหน้ายิ้มซึ่งออกจะดูเหยเก

"เออ - - ใช่ แฮร์รี่ - - ไอ้ห้องใต้บันไดนี่ ป้ากับฉันคิดว่า...ตอนนี้แกโตเกินกว่าจะอยู่ในห้องนี้แล้ว...เราคิดว่าถ้าแกจะย้ายไปอยู่ห้องนอนสำรองของดัดลีย์คงจะดี"

"ทำไมฮะ" แฮร์รี่ถาม

"ไม่ต้องถาม" ลุงตัดบท "จัดแจงขนของขึ้นไปข้างบนเดี๋ยวนี้"

บ้านของครอบครัวเดอร์สลีย์มีสี่ห้องนอน ห้องหนึ่งเป็นของลุงเวอร์นอนกับป้าเพ็ตทูเนีย อีกห้องสำหรับแขก (ซึ่งส่วนใหญ่คือป้ามาร์จพี่สาวของลุงเวอร์นอน) ห้องหนึ่งเป็นห้องที่ดัดลีย์นอนและอีกห้องเป็นห้องที่ดัดลีย์เก็บของเล่นทั้งหมดและของอื่นๆที่เก็บไว้ในห้องนอนแรกของเขาไม่ได้ เพียงแค่เที่ยวเดียวแฮร์รี่ก็ขนทุกอย่างที่เขามีอยู่จากห้องใต้บันไดขึ้นไปห้องชั้นบนได้ครบถ้วน เขานั่งลงบนเตียงและมองไปรอบๆห้องเกือบทุกอย่างในห้องนี้เป็นของเสียหักพัง

แฮร์รี่ได้ยินเสียงดัดลีย์ตะเบ็งเสียงใส่แม่ดังขึ้นมาจากข้างล่าง "ผมไม่อยากให้เขาอยู่ในห้องนั้น... ผมต้องใช้ห้องนั้น... ให้เขาออกไป"

แฮร์รี่ถอนใจและนอนยาวเยียด เมื่อวานนี้เองเขายังยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มาอยู่ข้างบน แต่วันนี้เขาอยากกลับไปอยู่ในห้องใต้บันไดกับจดหมายนั่น แทนที่จะอยู่บนนี้แต่ไม่มีจดหมาย

แฮร์รี่เผลอหลับ แล้วตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเคาะกระจกดัง ก๊อก ก๊อก

แฮร์รี่ผุดลุกขึ้นนั่งตัวตรง สายตาจ้องมองไปที่หน้าต่าง มีสัตว์ตัวหนึ่งที่แฮร์รี่เคยอ่านเจอ ในหนังสือ (แฮร์รี่จำได้ว่า มันเรียกว่า 'ลิง') เกาะอยู่ที่ขอบหน้าต่าง มันใช้นิ้วป้อมๆสั้นๆของมันชี้ไปที่กลอนหน้าต่างที่ล็อกปิดอยู่จากข้างใน

แฮร์รี่พยามยามคิดว่าเขาฝันไป แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปเปิดหน้าต่าง สิ่งมีชีวิตตัวเล็กสีน้ำตาลเข้มกระโดดเข้ามาในห้อง มันเข้ามายืนอยู่บนโต๊ะที่ตั้งอยู่ข้างหน้าต่าง แล้วยื่นจดหมายซึ่งแฮร์รี่ไม่เห็นมันถือมาตอนอยู่ข้างนอก

จดหมายที่มีซองสีเหลือง จ่าหน้าว่า

คุณ ฮ. พอตเตอร์
ห้องนอนที่เล็กที่สุด
บ้านเลขที่ 4 ซอยพรีเว็ต

แฮร์รี่ยื่นมือไปรับ ในซองนั้นมีกระดาษสองแผ่น เนื้อกระดาษคล้ายเยื่อบางๆที่สามารถมองทะลุได้ และถูกพิมพ์ด้วยหมึกชนิดพิเศษที่สามารถใช้กับกระดาษชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี โดยที่หมึกไม่เลือนหรือทำให้กระดาษขาด

กระดาษแผ่นแรกที่แฮร์รี่คลี่ออกมีเนื้อความสั้นๆเขียนไว้ แต่ยังไม่ทันจะได้อ่านตัวอักษรใดๆ นิฮิลก็ดึงมันออกไปจากมือ พลางบุ้ยปากให้เขาคลี่กระดาษอีกแผ่นออก แฮร์รี่ทำหน้าสงสัย มองกระดาษแผ่นนั้นอย่างใคร่รู้ แต่เขาก็มิได้เสียมารยาทแต่อย่างใด เปิดกระดาษอีกแผ่นออกแต่โดยดี

โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดเวทมนตร์ศาสตร์
†ฮอกวอตส์†

อาจารย์ใหญ่ : นิฮิล ดัมเบิลดอร์
(เหรียญตราแห่งเมอร์ลินชั้นหนึ่ง พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ หัวหน้าหมอผี
อิสรชนสูงสุด พันธรัฐพ่อมดนานาชาติ)

ถึงคุณพอตเตอร์
เรามีความยินดีที่จะแจ้งให้คุณทราบว่าโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มด
และเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ รับคุณเข้าเรียนในปีนี้ ที่แนบมาพร้อมกัน
กันนี้คือรายการหนังสือและของใช้จำเป็น

โรงเรียนเปิดวันที่ 1 กันยายน เราจะคอยลิงของคุณจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม

ขอแสดงความนับถือ

Livalrate Mcgonagall
(ลิวอลเลท มักกอนนากัล)

รองอาจารย์ใหญ่

คำถามต่างๆระเบิดอยู่ในหัวของแฮร์รี่เหมือนดอกไม้ไฟ และเขาไม่รู้ว่าเขาควรจะถามคำถามนี้กับใครดี ในเมื่อคนที่เอาจดหมายมาส่ง คือลิงที่แฮร์รี่มั่นใจว่าพูดไม่ได้

"เข้าใจมั้ย"

เสียงหนึ่งดังขึ้น ซึ่งแฮร์รี่รู้สึกว่ามันดังมาจากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้า สิ่งมีชีวิตที่แฮร์รี่มั่นใจว่ามันพูดไม่ได้

"นี่! ฉันถามว่ามีอะไรเข้าใจมั้ย" เสียงนั้นดังขึ้นจนเกือบจะเป็นตะโกน

แฮร์รี่ไม่ตอบใดๆทั้งสิ้น เขายังยืนนิ่งอยู่เหมือนเดิม

ลิงสีน้ำตาลเข้มตัวนั้น เกาหัวแกรกๆ แล้วทันใดนั้นมันก็กระชากคอเสื้อแฮร์รี่จนหน้าของเขาติดอยู่กับหน้าของมัน และ...มันก็จูบแฮร์รี่ที่ริมฝีปากอันบอบบางซึ่งไม่เคยได้สัมผัสรสจูบมาก่อนอย่างดูดดื่ม

แฮร์รี่ยิ่งอึ้งกว่าเดิม เขาถูกลิงแปลกหน้าจูบ แถมมันยังเอาลิ้นเข้ามาด้วยนี่สิ ทำให้แฮร์รี่ช็อกยิ่งกว่าช็อก!

หลังจากที่แฮร์รี่เริ่มคุมสติได้ เขาก็ถามขึ้นว่า "คุณ...คุณเป็นใครฮะ"

มันชี้ไปที่ข้อความในจดหมาย ที่เขียนว่า...

"นิฮิล ดัมเบิลดอร์ คุณเป็นอาจารย์ใหญ่โรงเรียนนี้หรือฮะ" แฮร์รี่ถามต่อ

มันพยักหน้าอย่างภูมิใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่อแฮร์รี่พูดว่า

"โรงเรียนที่ชื่อว่าฮอกวอตส์ นี่เป็นโรงเรียนฝึกลิงหรือฮะ"

"จะบ้าเหรอ" มันตะคอกใส่หน้าแฮร์รี่ดังลั่น จนแฮร์รี่กลัวว่าลุงเวอร์นอนและป้าเพ็ตทูเนียที่นอนอยุ่ห้องถัดไปจะได้ยิน และเดินเข้ามาด่าเขาที่ห้อง

"โรงเรียนฝึกลิงคิดได้ไง" ลิงตัวนั้นบ่นอย่างหงุดหงิด และทันใดนั้นมันก็กลายร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม สวมเสื้อคลุมตัวยาวสีม่วงไวโอเล็ต

ก่อนที่แฮร์รี่จะพูดอะไร เขาก็บอกว่า

"ฟังให้จบก่อน แล้วค่อยถาม"

เมื่อแฮร์รี่พยักหน้า เขาก็พูดว่า

"ฉันเป็นพ่อมด เป็นอาจารย์โรงเรียนฮอกวอตส์ เธอคือแฮร์รี่ พอตเตอร์ ลูกชายคนเดียวของลิลี่กับเจมส์ พอตเตอร์ พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตลงเพราะพ่อมดผู้หนึ่ง ชื่อว่าโวลเดอมอร์

สิบปีที่แล้ว พ่อมดคนนี้เริ่มหาสมัครพรรคพวกแล้วก็หาได้เสียด้วย บางคนเป็นพวกเพราะกลัว บางคนเพราะอยากได้อำนาจมาจากเขาบ้าง โวลเดอมอร์เป็นพ่อมดที่มีอำนาจมาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางคนไม่ยอมเขา เขาก็ฆ่าทิ้ง ที่เดียวที่ปลอดภัยคือฮอกวอตส์ คิดว่าฉันคงเป็นคนเดียวที่โวลเดอมอร์กลัว เลยไม่กล้าเข้าไปยึดโรงเรียน อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนั้น ส่วนพ่อแม่เธอน่ะเป็นพ่อมดแม่มดที่เก่งที่สุดที่ฉันเคยเห็นมา สมัยเรียนอยู่ก็เป็นหัวหน้านักเรียนชายนักเรียนหญิงที่ฮอกวอตส์ด้วย

"โวลเดอมอร์ต้องการกำจัดผู้ชายที่ไม่ยอมเป็นของเขา พวกเรารู้กันแต่ว่าวันหนึ่งเขาไปโผล่ที่หมู่บ้านที่พวกเธออยู่ในวันฮัลโลวีนเมื่อสิบปีก่อน เธอเพิ่งอายุได้แค่ขวบเดียว เขาไปที่บ้านของเธอแล้วฆ่าพวกเขา เขาพยายามฆ่าเธอด้วย แต่ทำไม่สำเร็จ ไม่เคยสงสัยรึไงว่าเธอได้แผลเป็นตรงหน้าผากมายังไง ไม่ใช่แผลเป็นธรรมดาๆหรอกนะ มันเป็นรอยที่เกิดขึ้นตอนที่อำนาจชั่วร้ายที่มีพลังมากถูกตัวเธอ พลังนั่นจัดการพ่อแม่เธอแล้วก็บ้านทั้งหลัง - - แต่ทำอะไรเธอไม่ได้เลย และก็นั่นแหละที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงแฮร์รี่ ไม่เคยมีใครรอดชีวิต เมื่อเขาตั้งใจจะฆ่าไม่มีซักคน ยกเว้นเธอ แล้วจะบอกให้ เขาน่ะฆ่าพ่อมดแม่มดที่เก่งๆมาแล้วตั้งเยอะ - - แล้วเธอน่ะเป็นแค่เด็กทารก แต่เธอรอดชีวิตมาได้"

ขณะนั้นหัวใจแฮร์รี่แปลบปลาบด้วยความเจ็บปวด เมื่อฟังเรื่องเล่าของนิฮิลจบลง

นิฮิลมองเขาอย่างเสียใจ แล้วพูดต่อว่า

"หลังจากที่เขาพยายามฆ่าเธอ เขาก็หายไป ล่องหนหายตัวไปเลย ทำให้เธอยิ่งมีชื่อเสียงใหญ่ หลายคนคิดว่าเขายังอยู่ที่ไหนซักแห่ง แต่เวทมนตร์เสื่อมแล้ว และเขาอ่อนกำลังเกินกว่าที่จะใช้เวทมนตร์ได้ เพราะว่าอะไรบางในตัวเธอจัดการเขา แฮร์รี่มีบางอย่างเกิดขึ้นในขึ้นนั้นที่เขารับมือไม่ได้ - - ฉันไม่รู้ว่าอะไร ไม่มีใครรู้ - - แต่บางอย่างเกี่ยวกับเธอนี่แหละที่หยุดยั้งเขาไว้ได้"

นิฮิลมองดูแฮร์รี่ด้วยความรักและความชื่นชมแต่แทนที่แฮร์รี่จะรู้สึกภาคภูมิและพอใจ เขากลับมั่นใจว่านี่ต้องเป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายกาจแน่นอน เป็นพ่อมดอย่างนั้นหรือ เขาเนี่ยนะ เขาจะเป็นพ่อมดได้ยังไง เขามีชีวิตอยู่โดยถูกดัดลีย์ซ้อม ถูกป้าเพ็ตทูเนียรุมโขกสับ ถ้าเขาเป็นพ่อมดจริง ทำไมพวกนั้นไม่กลายเป็นคางคกตะปุ่มตะป่ำเมื่อพยายามขังเขาไว้ในห้องใต้บันได ถ้าเขาเคยเอาชนะพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ ทำไมดัดลีย์ถึงไล่เตะเขาเหมือนลูกฟุตบอล

"กำลังคิดอยู่ใช่มั้ยว่าเธอไม่เหมาะจะเป็นพ่อมด" นิฮิลพูดเหมือนจะอ่านความคิดเขาออก

"ฮะ" แฮร์รี่พยักหน้าเศร้า นึกแปลกใจว่าผู้ชายคนนี้รู้ได้ยังไง

" ถ้าเธอไม่อยากเป็นพ่อมดมาเป็นคู่นอนของฉันก็ได้ ฉันติดใจรสจูบของเธอแล้วแหละ" นิฮิลพูดหน้าตาเฉย

แฮร์รี่อ้าปากค้างไปห้าวิ ก่อนจะพูดขึ้นว่า
"ไม่เป็นไรฮะ ขอบคุณ"

"เสียเวลามามากแล้วนะตกลงเธอจะไปกับฉันมั้ย" นิฮิลถามพลางมองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ในห้อง

"ครับ ผมจะไปกับคุณ" แฮร์รี่ตัดสินใจตกลง เขาคิดว่าอยู่ที่นั่นคงจะดีกว่าอยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์

"เธอนี่เชื่อคนง่ายจริงๆเลยนะ" นิฮิลส่ายหน้า "ฉันจะพาเธอไปหาเอ็นโด้เขาคงมาแล้ว"

"เอ็นโด้ - - คือใครฮะ"

"เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองแหละน่า"

นิฮิลพูดพลางจับแฮร์รี่โยนออกนอกหน้าต่าง แต่ว่านี่มันชั้นสองนะ!!!